ท่อ PPR

ท่อ PPR คืออะไร? คุณสมบัติ + วิธีเชื่อมท่อ PPR ด้วยเครื่องเชื่อม

ท่อ PPR คืออะไร? คุณสมบัติ + วิธีเชื่อมท่อ PPR ด้วยเครื่องเชื่อม
สรุปสำคัญ (Key Takeaways)
ท่อ PPR (PP-R 80) คือท่อพลาสติก Polypropylene Random Copolymer เกรด 80 — ทนอุณหภูมิ -10°C ถึง 95°C ทนแรงดัน 20 บาร์
ต่อด้วย การเชื่อมสะสมความร้อน (Heat Fusion) ไม่ใช้กาว ไม่ใช้ข้อต่อเกลียว — รอยต่อแน่นเป็นเนื้อเดียวกับท่อ ไม่มีทางรั่ว
ผ่านมาตรฐาน DIN 8077/8078 + ISO 15874 + มอก. 887-2531 — ใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น
ขนาดมาตรฐาน Ø20 - Ø110 mm (1/2" - 4") — เลือก SDR11 สำหรับน้ำทั่วไป, SDR7.4 สำหรับแรงดันสูง
อายุการใช้งาน 50 ปี ที่ 70°C และ 10 บาร์ (อ้างอิง DIN 8077)

ท่อ PPR คือตัวเลือก #1 สำหรับงานท่อน้ำร้อนและท่อน้ำเย็นในอาคารสมัยใหม่ บทความนี้รวมทุกอย่างที่ช่างและเจ้าของบ้านต้องรู้ ตั้งแต่คุณสมบัติ มาตรฐาน การเลือกขนาด ไปจนถึงวิธีเชื่อมท่อด้วยเครื่อง Heat Fusion

ผู้เขียน: ดีล พลัส เทค — ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบท่อและวัสดุก่อสร้าง · ตรวจสอบโดย: ทีมวิศวกรรม ดีล พลัส เทค

ท่อ PPR คืออะไร?

PPR ย่อมาจาก Polypropylene Random Copolymer (เรียกย่อ PP-R หรือ PP-R 80) เป็นพลาสติกวิศวกรรมประเภท Polypropylene ที่ผ่านกระบวนการ Random Copolymerization ทำให้ได้คุณสมบัติพิเศษ:

  • ทนอุณหภูมิสูง (ถึง 95°C ต่อเนื่อง)
  • ทนแรงดัน (10-20 บาร์)
  • ไม่เป็นสนิม ไม่เกาะตะกรัน
  • ทนกรด-ด่างอ่อน ๆ ได้ดี
  • น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
  • อายุการใช้งานยาวนาน 50 ปี

ต่างจาก PVC ทั่วไปที่ทนความร้อนได้ไม่เกิน 60°C, PPR ออกแบบมาให้ใช้กับ ท่อน้ำร้อน โดยเฉพาะ ทำให้กลายเป็นมาตรฐานของงาน plumbing สมัยใหม่ในโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล และบ้านพักอาศัย

ภาพเครื่องเชื่อม PPR (Heat Fusion Machine) พร้อมหัวเชื่อมหลายขนาด สกรูยึด ตัวตัด และกล่องเก็บอุปกรณ์ — เครื่องมือมาตรฐานสำหรับงาน PPR

ภาพ: เครื่องเชื่อม PPR (Heat Fusion Welder) มาตรฐานอาชีพ พร้อมหัวเชื่อม (Heating Sockets) หลายขนาด — เครื่องมือหลักสำหรับงาน PPR

4 คุณสมบัติเด่นที่ช่างต้องรู้

1

ทนความร้อน 95°C

ทนอุณหภูมิ -10°C ถึง 95°C ต่อเนื่อง (peak 110°C) เหมาะกับท่อน้ำร้อน boiler, ท่อส่งน้ำอุตสาหกรรม, ระบบ solar water heater

2

รอยต่อสะสมความร้อน

เชื่อมด้วยความร้อน 260°C → หลอมเป็นเนื้อเดียวกับท่อ ไม่มีรอยต่อ ไม่รั่ว ไม่ต้องใช้กาว แข็งแรงกว่าท่อเอง 20-30%

3

อายุใช้งาน 50 ปี

ที่ 70°C + 10 บาร์ อายุใช้งาน 50 ปี (อ้างอิง DIN 8077) — ทน UV ปานกลาง ไม่เป็นสนิม ไม่เกาะตะกรัน

4

ปลอดภัยต่อน้ำดื่ม

ผ่าน NSF/ANSI 61 และ WRAS สำหรับน้ำดื่ม — ไม่ปล่อยสารพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เมื่อผ่านน้ำร้อน

ทำไมต้อง PPR ไม่ใช่ PVC?

PVC ทนความร้อนได้แค่ 60°C → เมื่อใช้กับน้ำร้อนจะ อ่อนตัว เสียรูป รั่ว ภายใน 1-2 ปี ส่วน PPR ทนได้ถึง 95°C ต่อเนื่อง → ปลอดภัยสำหรับงานน้ำร้อน boiler, solar heater, น้ำอุตสาหกรรม

PPR vs CPVC vs HDPE — เลือกแบบไหน?

★ แนะนำ

PPR (PP-R 80)

Polypropylene Random Copolymer

อุณหภูมิ-10 ถึง 95°C
แรงดัน10-20 บาร์
วิธีต่อHeat Fusion
ราคา Ø25mm/4m~120-180฿
อายุใช้งาน50 ปี
เหมาะสำหรับ
น้ำร้อน + น้ำเย็น, ท่อภายในอาคาร

CPVC

Chlorinated PVC

อุณหภูมิ0 ถึง 93°C
แรงดัน10-15 บาร์
วิธีต่อกาวทา + เกลียว
ราคา Ø25mm/4m~150-250฿
อายุใช้งาน30-40 ปี
เหมาะสำหรับ
งานอุตสาหกรรม, น้ำยาเคมี

HDPE

High-Density Polyethylene

อุณหภูมิ-40 ถึง 60°C
แรงดัน10-16 บาร์
วิธีต่อButt Fusion
ราคา Ø25mm/4m~80-130฿
อายุใช้งาน50+ ปี
เหมาะสำหรับ
ท่อใต้ดิน, ท่อฝัง, ท่อแรงดัน

สรุปการเลือก

เกณฑ์PPRCPVCHDPE
น้ำร้อน (70-95°C)✓ ดีที่สุด✓ ได้✗ ไม่เหมาะ
น้ำเย็น (5-25°C)
ท่อฝังใต้ดิน⚠ ต้องหุ้ม⚠ ต้องหุ้ม✓ โดยตรง
ทน UV / กลางแจ้ง⚠ ต้องหุ้ม⚠ ต้องหุ้ม✓ ทน UV
ทนสารเคมี (กรด-ด่าง)⚠ ปานกลาง✓ ดีมาก✓ ดี
งานอุตสาหกรรม/โรงงาน✓ ดี✓ ดีที่สุด✓ ดี
ราคา (Ø25mm)กลางแพงถูก

มาตรฐานที่ผ่าน — สำคัญสำหรับงานอาคาร

DIN
DIN 8077/8078
European Pipe Standard
ISO
ISO 15874
Plastics piping systems
TIS
มอก. 887-2531
Thai Standard
NSF/ANSI 61
Drinking Water Safe
WRAS
UK Water Regs
FDA Approved
Food Contact Safe

ขนาดมาตรฐานและ SDR (Standard Dimension Ratio)

SDR (Standard Dimension Ratio) = เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก ÷ ความหนาผนัง

  • SDR ต่ำ = ผนังหนา = ทนแรงดันสูง
  • SDR สูง = ผนังบาง = แรงดันต่ำ

📐 ขนาดมาตรฐานท่อ PPR — DIN 8077

ขนาด (mm) นิ้ว SDR 11 (ผนัง mm) SDR 7.4 (ผนัง mm) ใช้กับ
Ø20 1/2" 1.9 2.8 ท่อน้ำเย็น, ท่อแยก
Ø25 3/4" 2.3 3.5 ท่อน้ำร้อน, ท่อ main line
Ø32 1" 2.9 4.4 ท่อ main ของอาคาร
Ø40 1-1/4" 3.7 5.5 ท่อ riser, ท่อ boiler
Ø50 1-1/2" 4.6 6.9 ท่อ riser, ท่อ main อาคารใหญ่
Ø63 2" 5.8 8.6 ท่อ riser ใหญ่
Ø110 4" 10.0 15.1 ท่อ main อาคาร, โรงงาน

สูตรเลือก SDR

งานอุณหภูมิแรงดันSDR ที่แนะนำ
น้ำเย็น (5-25°C)≤ 25°C≤ 10 บาร์SDR 11
น้ำอุ่น (40-60°C)40-60°C4-6 บาร์SDR 11
น้ำร้อน (60-80°C)60-80°C6-10 บาร์SDR 7.4
น้ำร้อนอุตสาหกรรม (80-95°C)80-95°C6-10 บาร์SDR 6 (ผนังหนาพิเศษ)

8 ขั้นตอนการเชื่อมท่อ PPR ด้วย Heat Fusion

1

เตรียมเครื่องเชื่อม Heat Fusion

เปิดเครื่อง ตั้งอุณหภูมิ 260°C รอ 10-15 นาทีจนไฟ indicator เขียว ใส่หัวเชื่อม (Heating Socket) ขนาดที่ต้องการ

2

ตัดท่อให้ตั้งฉาก

ใช้กรรไกรตัดท่อ PPR หรือเลื่อยตัด — ตัดให้ตั้งฉาก 90° ใช้ไม้บรรทัดวัดถ้าจำเป็น ถ้าเฉียงจะเชื่อมไม่สนิท

3

ทำเครื่องหมายความลึก

ใช้ปากกาเมจิกทำเครื่องหมายความลึกที่จะสอดท่อเข้าหัวเชื่อม — ตามตาราง Insertion Depth เช่น Ø20 = 14 mm, Ø25 = 15 mm, Ø32 = 16 mm

4

ใส่ท่อ + ข้อต่อเข้าเครื่อง

ดันท่อเข้าหัวเชื่อมพร้อมกับข้อต่อ จนถึงเครื่องหมาย — ห้ามบิด ใส่ตรง ๆ ใช้เวลา 5 วินาที (Ø20) - 12 วินาที (Ø63)

5

รอให้ความร้อนซึม

นับเวลา Heating Time ตามขนาดท่อ: Ø20 = 5s, Ø25 = 7s, Ø32 = 8s, Ø40 = 12s, Ø50 = 18s, Ø63 = 24s — ห้ามเกิน จะทำให้ท่อละลายเกิน

6

ดึงออกและต่อทันที

ดึงท่อ + ข้อต่อออกจากหัวเชื่อม ภายใน 3-4 วินาที ดันเข้าหากันตรง ๆ ห้ามบิด ใช้แรงกดสม่ำเสมอ

7

กดค้างไว้ 5-10 วินาที

กดท่อกับข้อต่อค้างไว้ 5-10 วินาที เพื่อให้เนื้อพลาสติกเชื่อมติด — ห้ามขยับเด็ดขาด เพราะรอยเชื่อมจะเสียหาย

8

รอ 30 วินาทีก่อนใช้งาน

รอ Cooling Time 30 วินาที (Ø20) - 90 วินาที (Ø63) ก่อนขยับท่อ และรอ 1 ชั่วโมงก่อนทดสอบแรงดันน้ำ

คำเตือน: ทุกครั้งที่เชื่อมต้องตั้งเวลา Heating + Cooling ตามขนาดท่อ ห้ามเดา

5 ข้อผิดพลาดที่ช่างทำบ่อย

!

1. ให้ความร้อนนานเกินไป (Over-heat)

ท่อละลายมากเกินไป → ผนังบางลง เมื่อใช้งานจริงจะ **แตกรั่วภายใน 6 เดือน - 2 ปี** ต้องตั้งเวลา Heating ตามตาราง ไม่ใช่ตาเปล่า

!

2. ดึงออกจากหัวเชื่อมช้า

ต้องดึงภายใน 3-4 วินาที ถ้าช้าเนื้อพลาสติกจะเย็นตัว → ต่อไม่ติด เกิด "cold joint" รั่วตรงรอยต่อ

!

3. บิดท่อระหว่างต่อ

ห้ามบิดท่อ + ข้อต่อระหว่างดันเข้าหากัน — เนื้อพลาสติกที่หลอมจะฉีกออกจากกัน เกิดรูรั่วขนาดเล็กที่มองไม่เห็น

!

4. ตัดท่อเฉียง

การตัดเฉียงทำให้พื้นที่สัมผัสระหว่างท่อกับข้อต่อ ไม่สม่ำเสมอ → บางจุดเชื่อมติด บางจุดไม่ติด → รั่วภายหลัง

!

5. ทดสอบแรงดันเร็วเกินไป

หลังเชื่อมเสร็จ ต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนทดสอบ pressure — ถ้าทดสอบทันทีรอยต่ออาจยังไม่แข็งแรง → รั่วทันที เสียเวลาทำใหม่

ราคาท่อ PPR ในตลาดไทย (2026)

A

SCG (ตราช้าง)

แบรนด์ไทย #1 — Ø20/4m ≈ 120฿ · Ø25 ≈ 180฿ · Ø32 ≈ 280฿ · Ø50 ≈ 550฿

B

Thai-PPR

ท้องถิ่นคุณภาพดี — ราคาถูกกว่า SCG 10-15% · Ø25 ≈ 150฿ · Ø32 ≈ 250฿

C

No-brand / นำเข้า

ราคาถูกที่สุด แต่คุณภาพไม่แน่นอน ไม่แนะนำสำหรับงานน้ำร้อน น้ำดื่ม

D

Fittings (ข้อต่อ)

ข้อ elbow 90° ≈ 15-30฿ · tee ≈ 20-40฿ · valve ≈ 200-500฿ (ตามขนาด)

ส่งสเปกมาเลย — มีของ ส่งไว

📦 ท่อ PPR SCG / Thai-PPR พร้อมส่ง กทม. ปริมณฑล

ส่งสเปก 3 อย่างนี้ เราจะส่งใบเสนอราคาภายใน 1 ชั่วโมง

1. ขนาดท่อ (Ø mm) 2. SDR (11 / 7.4 / 6) 3. จำนวน (เมตร/ท่อน)

💡 ราคาโรงงาน ส่งฟรี กทม./ปริมณฑล · มีทั้ง SCG และ Thai-PPR พร้อม fittings ครบ

คำถามที่พบบ่อย (FAQ)

1. ท่อ PPR ต่างจากท่อ PVC ยังไง?

PVC ทนความร้อนได้แค่ 60°C → ไม่เหมาะกับน้ำร้อน ใช้ได้เฉพาะท่อน้ำเย็น/ท่อระบาย PPR ทนได้ 95°C → ใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น เชื่อมด้วยความร้อน (Heat Fusion) ต่างจาก PVC ที่ใช้กาวทา

2. ท่อ PPR ใช้กับน้ำดื่มได้ไหม?

ได้ครับ PPR ผ่าน NSF/ANSI 61 และ WRAS สำหรับน้ำดื่ม — ไม่ปล่อยสารพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เมื่อผ่านน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แนะนำเลือก SCG หรือ Thai-PPR ที่มีใบรับรอง

3. เลือก SDR 11 หรือ SDR 7.4?

SDR 11 (ผนังบาง) = น้ำเย็น 5-25°C, แรงดัน ≤ 10 บาร์, ราคาถูก · SDR 7.4 (ผนังหนา) = น้ำร้อน 60-80°C, แรงดัน 6-10 บาร์, ราคาสูงกว่า ~30% · ถ้าไม่แน่ใจ → SDR 11 ใช้ได้เกือบทุกงาน

4. ต้องใช้เครื่องเชื่อมราคาเท่าไหร่?

เครื่องเชื่อม PPR (Heat Fusion Welder) มือใหม่เริ่มต้น 2,500-4,500 บาท (ไม่มีหัวเชื่อม) พร้อมหัวเชื่อมครบทุกขนาด 5,000-8,000 บาท · เครื่องอาชีพ 15,000+ บาท (สำหรับงานโรงงาน)

5. เชื่อมท่อ PPR ต้องใช้ช่างเฉพาะทางไหม?

ช่าง plumbing ทั่วไปเชื่อมได้ แต่ต้อง ผ่านการอบรม สัก 1-2 วัน — เรียนรู้เรื่องเวลา Heating, Cooling, Insertion Depth ของแต่ละขนาดท่อ ถ้าเชื่อมผิด → รั่วภายใน 6 เดือน - 2 ปี

6. ท่อ PPR ทน UV ได้ไหม?

ทนได้ ปานกลาง (ไม่ดีเท่า HDPE) ถ้าติดตั้งกลางแจ้งหรือโดนแดด → ต้อง หุ้มด้วยท่อร้อยสาย PVC สีเทา หรือทาสีกัน UV · ถ้าท่อฝังใต้ดิน → ไม่ต้องหุ้ม แค่ใช้ทรายหยาบรองพื้น

7. ซ่อมท่อ PPR รั่วได้ไหม?

รอยรั่วเล็ก ซ่อมได้ด้วยการตัดท่อตรงรอยรั่ว แล้วเชื่มด้วยข้อต่อ (Coupling) ใหม่ · รอยรั่วใหญ่หรือท่อเสื่อม ต้องเปลี่ยนท่อทั้งท่อน ไม่แนะนำให้ใช้เทปหรือ epoxy — จะรั่วอีกภายใน 1-2 เดือน

8. ใช้กาวต่อ PPR ได้ไหม?

ไม่ได้ — PPR ต่อด้วยความร้อนเท่านั้น กาวทั่วไป (PVC cement) ไม่ยึดติดกับ PP — กาว PPR โดยเฉพาะก็มีขาย แต่ความแข็งแรง < Heat Fusion 50% ไม่แนะนำสำหรับงานแรงดัน

9. ต่อ PPR เข้า PVC หรือท่อเหล็กได้ไหม?

ได้ครับ ใช้ fittings transition เช่น:

  • PPR → PVC: ใช้ข้อต่อ PPR-PVC (มีทั้งแบบเกลียวนอก/ใน)
  • PPR → เหล�ก: ใช้ข้อต่อ PPR-เหล็ก (transition fitting) พร้อมเกลียว

10. ท่อ PPR ต้องหุ้มฉนวนไหม?

ถ้าเป็นท่อน้ำร้อน ต้องหุ้มฉนวน — เพื่อ ลดการสูญเสียความร้อน 30-50% แนะนำใช้ Thermobreak LS หรือ Aerocell D-AL ฉนวนท่อแบบ closed-cell foam · ถ้าเป็นท่อน้ำเย็น ควรหุ้มฉนวนเพื่อ ป้องกัน condensation

แชร์บทความ: Line Facebook