ท่อ PPR คือตัวเลือก #1 สำหรับงานท่อน้ำร้อนและท่อน้ำเย็นในอาคารสมัยใหม่ บทความนี้รวมทุกอย่างที่ช่างและเจ้าของบ้านต้องรู้ ตั้งแต่คุณสมบัติ มาตรฐาน การเลือกขนาด ไปจนถึงวิธีเชื่อมท่อด้วยเครื่อง Heat Fusion
ผู้เขียน: ดีล พลัส เทค — ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบท่อและวัสดุก่อสร้าง · ตรวจสอบโดย: ทีมวิศวกรรม ดีล พลัส เทค
ท่อ PPR คืออะไร?
PPR ย่อมาจาก Polypropylene Random Copolymer (เรียกย่อ PP-R หรือ PP-R 80) เป็นพลาสติกวิศวกรรมประเภท Polypropylene ที่ผ่านกระบวนการ Random Copolymerization ทำให้ได้คุณสมบัติพิเศษ:
- ทนอุณหภูมิสูง (ถึง 95°C ต่อเนื่อง)
- ทนแรงดัน (10-20 บาร์)
- ไม่เป็นสนิม ไม่เกาะตะกรัน
- ทนกรด-ด่างอ่อน ๆ ได้ดี
- น้ำหนักเบา ติดตั้งง่าย
- อายุการใช้งานยาวนาน 50 ปี
ต่างจาก PVC ทั่วไปที่ทนความร้อนได้ไม่เกิน 60°C, PPR ออกแบบมาให้ใช้กับ ท่อน้ำร้อน โดยเฉพาะ ทำให้กลายเป็นมาตรฐานของงาน plumbing สมัยใหม่ในโรงงานอุตสาหกรรม โรงแรม โรงพยาบาล และบ้านพักอาศัย

ภาพ: เครื่องเชื่อม PPR (Heat Fusion Welder) มาตรฐานอาชีพ พร้อมหัวเชื่อม (Heating Sockets) หลายขนาด — เครื่องมือหลักสำหรับงาน PPR
4 คุณสมบัติเด่นที่ช่างต้องรู้
ทนความร้อน 95°C
ทนอุณหภูมิ -10°C ถึง 95°C ต่อเนื่อง (peak 110°C) เหมาะกับท่อน้ำร้อน boiler, ท่อส่งน้ำอุตสาหกรรม, ระบบ solar water heater
รอยต่อสะสมความร้อน
เชื่อมด้วยความร้อน 260°C → หลอมเป็นเนื้อเดียวกับท่อ ไม่มีรอยต่อ ไม่รั่ว ไม่ต้องใช้กาว แข็งแรงกว่าท่อเอง 20-30%
อายุใช้งาน 50 ปี
ที่ 70°C + 10 บาร์ อายุใช้งาน 50 ปี (อ้างอิง DIN 8077) — ทน UV ปานกลาง ไม่เป็นสนิม ไม่เกาะตะกรัน
ปลอดภัยต่อน้ำดื่ม
ผ่าน NSF/ANSI 61 และ WRAS สำหรับน้ำดื่ม — ไม่ปล่อยสารพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เมื่อผ่านน้ำร้อน
ทำไมต้อง PPR ไม่ใช่ PVC?
PVC ทนความร้อนได้แค่ 60°C → เมื่อใช้กับน้ำร้อนจะ อ่อนตัว เสียรูป รั่ว ภายใน 1-2 ปี ส่วน PPR ทนได้ถึง 95°C ต่อเนื่อง → ปลอดภัยสำหรับงานน้ำร้อน boiler, solar heater, น้ำอุตสาหกรรม
PPR vs CPVC vs HDPE — เลือกแบบไหน?
PPR (PP-R 80)
Polypropylene Random Copolymer
CPVC
Chlorinated PVC
HDPE
High-Density Polyethylene
สรุปการเลือก
| เกณฑ์ | PPR | CPVC | HDPE |
|---|---|---|---|
| น้ำร้อน (70-95°C) | ✓ ดีที่สุด | ✓ ได้ | ✗ ไม่เหมาะ |
| น้ำเย็น (5-25°C) | ✓ | ✓ | ✓ |
| ท่อฝังใต้ดิน | ⚠ ต้องหุ้ม | ⚠ ต้องหุ้ม | ✓ โดยตรง |
| ทน UV / กลางแจ้ง | ⚠ ต้องหุ้ม | ⚠ ต้องหุ้ม | ✓ ทน UV |
| ทนสารเคมี (กรด-ด่าง) | ⚠ ปานกลาง | ✓ ดีมาก | ✓ ดี |
| งานอุตสาหกรรม/โรงงาน | ✓ ดี | ✓ ดีที่สุด | ✓ ดี |
| ราคา (Ø25mm) | กลาง | แพง | ถูก |
มาตรฐานที่ผ่าน — สำคัญสำหรับงานอาคาร
ขนาดมาตรฐานและ SDR (Standard Dimension Ratio)
SDR (Standard Dimension Ratio) = เส้นผ่านศูนย์กลางภายนอก ÷ ความหนาผนัง
- SDR ต่ำ = ผนังหนา = ทนแรงดันสูง
- SDR สูง = ผนังบาง = แรงดันต่ำ
📐 ขนาดมาตรฐานท่อ PPR — DIN 8077
| ขนาด (mm) | นิ้ว | SDR 11 (ผนัง mm) | SDR 7.4 (ผนัง mm) | ใช้กับ |
|---|---|---|---|---|
| Ø20 | 1/2" | 1.9 | 2.8 | ท่อน้ำเย็น, ท่อแยก |
| Ø25 | 3/4" | 2.3 | 3.5 | ท่อน้ำร้อน, ท่อ main line |
| Ø32 | 1" | 2.9 | 4.4 | ท่อ main ของอาคาร |
| Ø40 | 1-1/4" | 3.7 | 5.5 | ท่อ riser, ท่อ boiler |
| Ø50 | 1-1/2" | 4.6 | 6.9 | ท่อ riser, ท่อ main อาคารใหญ่ |
| Ø63 | 2" | 5.8 | 8.6 | ท่อ riser ใหญ่ |
| Ø110 | 4" | 10.0 | 15.1 | ท่อ main อาคาร, โรงงาน |
สูตรเลือก SDR
| งาน | อุณหภูมิ | แรงดัน | SDR ที่แนะนำ |
|---|---|---|---|
| น้ำเย็น (5-25°C) | ≤ 25°C | ≤ 10 บาร์ | SDR 11 |
| น้ำอุ่น (40-60°C) | 40-60°C | 4-6 บาร์ | SDR 11 |
| น้ำร้อน (60-80°C) | 60-80°C | 6-10 บาร์ | SDR 7.4 |
| น้ำร้อนอุตสาหกรรม (80-95°C) | 80-95°C | 6-10 บาร์ | SDR 6 (ผนังหนาพิเศษ) |
8 ขั้นตอนการเชื่อมท่อ PPR ด้วย Heat Fusion
เตรียมเครื่องเชื่อม Heat Fusion
เปิดเครื่อง ตั้งอุณหภูมิ 260°C รอ 10-15 นาทีจนไฟ indicator เขียว ใส่หัวเชื่อม (Heating Socket) ขนาดที่ต้องการ
ตัดท่อให้ตั้งฉาก
ใช้กรรไกรตัดท่อ PPR หรือเลื่อยตัด — ตัดให้ตั้งฉาก 90° ใช้ไม้บรรทัดวัดถ้าจำเป็น ถ้าเฉียงจะเชื่อมไม่สนิท
ทำเครื่องหมายความลึก
ใช้ปากกาเมจิกทำเครื่องหมายความลึกที่จะสอดท่อเข้าหัวเชื่อม — ตามตาราง Insertion Depth เช่น Ø20 = 14 mm, Ø25 = 15 mm, Ø32 = 16 mm
ใส่ท่อ + ข้อต่อเข้าเครื่อง
ดันท่อเข้าหัวเชื่อมพร้อมกับข้อต่อ จนถึงเครื่องหมาย — ห้ามบิด ใส่ตรง ๆ ใช้เวลา 5 วินาที (Ø20) - 12 วินาที (Ø63)
รอให้ความร้อนซึม
นับเวลา Heating Time ตามขนาดท่อ: Ø20 = 5s, Ø25 = 7s, Ø32 = 8s, Ø40 = 12s, Ø50 = 18s, Ø63 = 24s — ห้ามเกิน จะทำให้ท่อละลายเกิน
ดึงออกและต่อทันที
ดึงท่อ + ข้อต่อออกจากหัวเชื่อม ภายใน 3-4 วินาที ดันเข้าหากันตรง ๆ ห้ามบิด ใช้แรงกดสม่ำเสมอ
กดค้างไว้ 5-10 วินาที
กดท่อกับข้อต่อค้างไว้ 5-10 วินาที เพื่อให้เนื้อพลาสติกเชื่อมติด — ห้ามขยับเด็ดขาด เพราะรอยเชื่อมจะเสียหาย
รอ 30 วินาทีก่อนใช้งาน
รอ Cooling Time 30 วินาที (Ø20) - 90 วินาที (Ø63) ก่อนขยับท่อ และรอ 1 ชั่วโมงก่อนทดสอบแรงดันน้ำ
คำเตือน: ทุกครั้งที่เชื่อมต้องตั้งเวลา Heating + Cooling ตามขนาดท่อ ห้ามเดา
5 ข้อผิดพลาดที่ช่างทำบ่อย
1. ให้ความร้อนนานเกินไป (Over-heat)
ท่อละลายมากเกินไป → ผนังบางลง เมื่อใช้งานจริงจะ **แตกรั่วภายใน 6 เดือน - 2 ปี** ต้องตั้งเวลา Heating ตามตาราง ไม่ใช่ตาเปล่า
2. ดึงออกจากหัวเชื่อมช้า
ต้องดึงภายใน 3-4 วินาที ถ้าช้าเนื้อพลาสติกจะเย็นตัว → ต่อไม่ติด เกิด "cold joint" รั่วตรงรอยต่อ
3. บิดท่อระหว่างต่อ
ห้ามบิดท่อ + ข้อต่อระหว่างดันเข้าหากัน — เนื้อพลาสติกที่หลอมจะฉีกออกจากกัน เกิดรูรั่วขนาดเล็กที่มองไม่เห็น
4. ตัดท่อเฉียง
การตัดเฉียงทำให้พื้นที่สัมผัสระหว่างท่อกับข้อต่อ ไม่สม่ำเสมอ → บางจุดเชื่อมติด บางจุดไม่ติด → รั่วภายหลัง
5. ทดสอบแรงดันเร็วเกินไป
หลังเชื่อมเสร็จ ต้องรออย่างน้อย 1 ชั่วโมงก่อนทดสอบ pressure — ถ้าทดสอบทันทีรอยต่ออาจยังไม่แข็งแรง → รั่วทันที เสียเวลาทำใหม่
ราคาท่อ PPR ในตลาดไทย (2026)
SCG (ตราช้าง)
แบรนด์ไทย #1 — Ø20/4m ≈ 120฿ · Ø25 ≈ 180฿ · Ø32 ≈ 280฿ · Ø50 ≈ 550฿
Thai-PPR
ท้องถิ่นคุณภาพดี — ราคาถูกกว่า SCG 10-15% · Ø25 ≈ 150฿ · Ø32 ≈ 250฿
No-brand / นำเข้า
ราคาถูกที่สุด แต่คุณภาพไม่แน่นอน ไม่แนะนำสำหรับงานน้ำร้อน น้ำดื่ม
Fittings (ข้อต่อ)
ข้อ elbow 90° ≈ 15-30฿ · tee ≈ 20-40฿ · valve ≈ 200-500฿ (ตามขนาด)
ส่งสเปกมาเลย — มีของ ส่งไว
📦 ท่อ PPR SCG / Thai-PPR พร้อมส่ง กทม. ปริมณฑล
ส่งสเปก 3 อย่างนี้ เราจะส่งใบเสนอราคาภายใน 1 ชั่วโมง
💡 ราคาโรงงาน ส่งฟรี กทม./ปริมณฑล · มีทั้ง SCG และ Thai-PPR พร้อม fittings ครบ
คำถามที่พบบ่อย (FAQ)
1. ท่อ PPR ต่างจากท่อ PVC ยังไง?
PVC ทนความร้อนได้แค่ 60°C → ไม่เหมาะกับน้ำร้อน ใช้ได้เฉพาะท่อน้ำเย็น/ท่อระบาย PPR ทนได้ 95°C → ใช้ได้ทั้งน้ำร้อนและน้ำเย็น เชื่อมด้วยความร้อน (Heat Fusion) ต่างจาก PVC ที่ใช้กาวทา
2. ท่อ PPR ใช้กับน้ำดื่มได้ไหม?
ได้ครับ PPR ผ่าน NSF/ANSI 61 และ WRAS สำหรับน้ำดื่ม — ไม่ปล่อยสารพิษ ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส เมื่อผ่านน้ำร้อนหรือน้ำเย็น แนะนำเลือก SCG หรือ Thai-PPR ที่มีใบรับรอง
3. เลือก SDR 11 หรือ SDR 7.4?
SDR 11 (ผนังบาง) = น้ำเย็น 5-25°C, แรงดัน ≤ 10 บาร์, ราคาถูก · SDR 7.4 (ผนังหนา) = น้ำร้อน 60-80°C, แรงดัน 6-10 บาร์, ราคาสูงกว่า ~30% · ถ้าไม่แน่ใจ → SDR 11 ใช้ได้เกือบทุกงาน
4. ต้องใช้เครื่องเชื่อมราคาเท่าไหร่?
เครื่องเชื่อม PPR (Heat Fusion Welder) มือใหม่เริ่มต้น 2,500-4,500 บาท (ไม่มีหัวเชื่อม) พร้อมหัวเชื่อมครบทุกขนาด 5,000-8,000 บาท · เครื่องอาชีพ 15,000+ บาท (สำหรับงานโรงงาน)
5. เชื่อมท่อ PPR ต้องใช้ช่างเฉพาะทางไหม?
ช่าง plumbing ทั่วไปเชื่อมได้ แต่ต้อง ผ่านการอบรม สัก 1-2 วัน — เรียนรู้เรื่องเวลา Heating, Cooling, Insertion Depth ของแต่ละขนาดท่อ ถ้าเชื่อมผิด → รั่วภายใน 6 เดือน - 2 ปี
6. ท่อ PPR ทน UV ได้ไหม?
ทนได้ ปานกลาง (ไม่ดีเท่า HDPE) ถ้าติดตั้งกลางแจ้งหรือโดนแดด → ต้อง หุ้มด้วยท่อร้อยสาย PVC สีเทา หรือทาสีกัน UV · ถ้าท่อฝังใต้ดิน → ไม่ต้องหุ้ม แค่ใช้ทรายหยาบรองพื้น
7. ซ่อมท่อ PPR รั่วได้ไหม?
รอยรั่วเล็ก ซ่อมได้ด้วยการตัดท่อตรงรอยรั่ว แล้วเชื่มด้วยข้อต่อ (Coupling) ใหม่ · รอยรั่วใหญ่หรือท่อเสื่อม ต้องเปลี่ยนท่อทั้งท่อน ไม่แนะนำให้ใช้เทปหรือ epoxy — จะรั่วอีกภายใน 1-2 เดือน
8. ใช้กาวต่อ PPR ได้ไหม?
ไม่ได้ — PPR ต่อด้วยความร้อนเท่านั้น กาวทั่วไป (PVC cement) ไม่ยึดติดกับ PP — กาว PPR โดยเฉพาะก็มีขาย แต่ความแข็งแรง < Heat Fusion 50% ไม่แนะนำสำหรับงานแรงดัน
9. ต่อ PPR เข้า PVC หรือท่อเหล็กได้ไหม?
ได้ครับ ใช้ fittings transition เช่น:
- PPR → PVC: ใช้ข้อต่อ PPR-PVC (มีทั้งแบบเกลียวนอก/ใน)
- PPR → เหล�ก: ใช้ข้อต่อ PPR-เหล็ก (transition fitting) พร้อมเกลียว
10. ท่อ PPR ต้องหุ้มฉนวนไหม?
ถ้าเป็นท่อน้ำร้อน ต้องหุ้มฉนวน — เพื่อ ลดการสูญเสียความร้อน 30-50% แนะนำใช้ Thermobreak LS หรือ Aerocell D-AL ฉนวนท่อแบบ closed-cell foam · ถ้าเป็นท่อน้ำเย็น ควรหุ้มฉนวนเพื่อ ป้องกัน condensation